บทที่ 1 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP1
“ลูกบัวไม่แต่ง คุณพ่อคุณแม่ไม่รักลูกบัวแล้วเหรอคะ ถึงจะยกลูกบัวให้กับใครที่ไหนไม่รู้แบบนี้”
ลลิตา ปัญญานิวัตร แสร้งบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ ราวกับเด็กน้อยที่คิดว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่รัก พร้อมกับเข้าไป ออดอ้อนมารดา ซบใบหน้าลงบนตักที่เปรียบเสมือนเป็นหมอนหนุน ยามที่หญิงสาวอยากจะหลับนอน
“ทำไมพ่อกับแม่จะไม่รักลูกบัวล่ะ เพราะรักพ่อถึงอยากให้ลูกบัวแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้” รุจพยายามพูดกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม และหวังว่าลลิตาจะเข้าใจในความหวังดีของเขา ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอก ที่จะอยากให้ลูกสาวมีความทุกข์กับสิ่งที่ตัวเองเลือกให้
“แล้วทำไมลูกบัวจะต้องแต่งงานด้วยล่ะคะ”
ลลิตาเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ ในเมื่อเธอเองเพิ่งจะอายุเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น จะให้มาแต่งงานหมดอิสรภาพด้วยวัยเท่านี้ เธอไม่มีทางยอมเด็ดขาด
“เพราะพ่อต้องการให้ลูกบัวเป็นฝั่งเป็นฝา ก่อนที่พ่อจะเป็นอะไรไป” รุจที่รู้จักนิสัยบุตรสาวของตัวเองดีกว่าใคร มีหรือจะไม่รู้ว่าการร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่การแสดงละคร ใช่เรื่องจริง
คนเป็นลูกเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับรีบลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยทันที พร้อมกับจ้องมองบิดาอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก
“คุณพ่อทำไมถึงพูดอย่างนี้ล่ะคะ” น้ำเสียงที่เคยสั่นเครือในตอนแรกหายเป็นปลิดทิ้ง เนื่องจากกำลังตกใจกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่
“ลูกบัว พ่อเองก็แก่มากแล้ว จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้” รุจแสร้งทำเสียงเศร้า แววตาหม่นแสงยามมองบุตรสาวที่จ้องมองมายังเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะแกล้งไอออกมาจนภรรยาต้องคอยลูบหลังให้
สองสามีภรรยาหันมามองหน้ากันด้วยความเข้าใจ ก่อนจะประสานมือจับกันเอาไว้ ราวกับส่งกำลังใจให้กันจนคนเป็นลูกถึงกับเริ่มสงสัยนัก ว่าบิดาของตัวเองนั้นเป็นอะไรกันแน่
“ทำไมคุณพ่อถึงพูดอะไรแบบนี้ล่ะคะ ต่อให้ลูกบัวไม่แต่งงาน ลูกบัวก็สามารถดูแลตัวเองได้ คุณพ่อเองก็รู้ว่า ลูกบัวเก่งมากแค่ไหน” แม้ใจหนึ่งจะเริ่มอ่อนลง เพราะเห็นอาการของผู้ให้กำเนิด ทว่าอีกใจก็ค้านอย่างไม่ยินยอมกับคำสั่งที่เธอไม่ต้องการอยู่ดี
“พ่อรู้ว่าลูกสาวของพ่อเก่ง แต่พ่อก็ยังอยากให้ลูกแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้อยู่ดี”
“แล้วคนที่พ่อเลือกให้เป็นใครล่ะคะ หน้าตาเป็นยังไง นิสัยเป็นยังไง ลูกบัวเองก็ยังไม่รู้”
“ลูกบัวเคยเจอคนที่พ่อเลือกให้มาก่อน เมื่อสมัยตอนที่ลูกบัวยังเป็นเด็ก” เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาวเริ่มอ่อนลง รุจเลยพูดออกมาอีกครั้งถึงคนที่เขาเลือกให้
ลลิตาฟังในสิ่งที่บิดาเอ่ยออกมาพร้อมกับคิดตาม ทว่าพยายามนึกเท่าไหร่ ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใครกันที่เธอเคยเจอเมื่อสมัยวัยเด็ก
“ลูกบัวเคยเจอเหรอคะ ใครกัน” เมื่อไม่อาจนึกออก เลยต้องเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้
“ลูกบัวจำพี่นิกได้หรือเปล่าลูก” เป็นลลนาที่เป็นฝ่ายบอกลูกสาวเพียงคนเดียวออกไป แม้ว่าในใจเองจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับสามีเท่าไหร่นัก แต่เมื่อมันเป็นความต้องการของเขา มีหรือช้างเท้าหลังอย่างเธอจะปฏิเสธได้
ชื่อของคนที่จะมาเป็นสามีในอนาคต ทำให้ลลิตาหยุดคิดและพยายามนึกอีกครั้ง
‘พี่นิก ใครคือพี่นิก นึกๆ สิลูกบัว’
ลลิตาร้องบอกตัวเองในใจ ทว่ามันกลับไม่ง่ายเลยสักนิด คนที่ความจำปลาทองแบบเธอ จะไปนึกถึงเรื่องวัยเด็กออกได้อย่างไร ถ้าไม่อยู่ในความทรงจำจริงๆ
“พี่นิกไหนคะ ลูกบัวนึกไม่ออก”
“ลูกชายของเพื่อนพ่อไง ลูกบัวจำได้ไหม ที่ตอนเด็กๆ ลูกเคยเล่นด้วยกันไงลูก” สิ้นเสียงของผู้ให้กำเนิด ภาพของเด็กผู้ชายที่อายุมากกว่าสองปี รูปร่างผอมแห้ง ผิวพรรณกระดำกระด่าง ฟันหลอด้านหน้าแลดูน่าเกลียด จนลลิตาร้องหยีออกมา เมื่อนึกออกแล้วว่าเป็นใคร
“อี๋ ลูกบัวนึกออกแล้ว ไอ้ขี้เหร่ฟันหลอ ลูกบัวขอปฏิเสธค่ะคุณพ่อ อย่างลูกบัวเนี่ยนะคะจะให้แต่งงานกับคน น่าเกลียดแบบนั้น ไม่มีทางค่ะคุณพ่อ” เมื่อนึกขึ้นได้แล้วว่าเป็นใคร ลลิตาก็ไม่จำต้องแสร้งทำตัวให้น่าสงสารอีกต่อไป พร้อมกับประกาศกร้าว ว่ายังไงก็จะไม่ยอมแต่งงานกับคนน่ารังเกียจแบบนั้นแน่นอน
“รอเจอกันก่อนดีไหมลูกบัว เพราะยังไงเรื่องแต่งงานลูกก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว ถือเป็นคำขอของพ่อเป็นครั้งสุดท้าย”
รุจพยายามบอกบุตรสาวอีกครั้ง เพราะต่อให้ปฏิเสธอีกสักกี่ครั้ง ยังไงเสียก็ต้องมีการแต่งงานขึ้นอยู่ดี ในเมื่อตัวเขาและเพื่อนรักนั้น ได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากข้อตกลงในอดีตที่ว่า ถ้ามีลูกและต่างเพศก็จะให้แต่งงานกัน แต่ถ้าเป็นเพศเดียวกัน ก็อยากจะให้เป็นเพื่อนรักที่สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง
ทว่าพอเอาเข้าจริงๆ มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อครอบครัวของเพื่อนรัก ต้องย้ายไปประจำอยู่ที่ต่างประเทศ จนแทบไม่ได้ติดต่อหากัน ครั้นบรรดาลูกๆ จะสนิทกันยิ่งเป็นไปไม่ได้ และนี่อยู่ๆ ก็โทรหาหลังจากหายไปเป็นสิบๆ ปี ว่าต้องการให้ลูกทั้งสองแต่งงานกันตามสัญญาที่เคยให้ไว้
